รายละเอียดบทความ

หลุด! พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ บอกไม่ได้โต้เถียงกับ หมอมุก
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Youtube.com โพสต์โดย ladyEdnaMode , ครอบครัวข่าว 3, รายการเรื่องเล่าเช้านี้, youtube.com โพสต์โดย thaitvnewstube, ครอบครัวข่าว 3

          พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ พาภรรยาเข้าให้ปากคำ พร้อมโชว์ภาพถ่ายหมอมุกยืนขวางรถ ในวันก่อนเกิดเหตุ ก่อนหลุดตอบนักข่าวไม่ได้โต้เถียงกับหมอมุก 

          วานนี้ (23 มิถุนายน) พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งเข้ามอบตัวสารภาพว่า เป็นผู้ขับรถพุ่งชน พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก แพทย์ รพ.พระมงกุฎเกล้า จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.พญาไท พร้อมกับนางสภาวัลย์ ภู่กลั่น ภรรยา โดยมี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1, พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท และ พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท เข้าร่วมสอบปากคำในคดีนี้

          ทั้งนี้ นางสภาวัลย์ เดินทางมาด้วยสภาพที่สวมหมวก มีผ้าปิดหน้าปิดตาอย่างมิดชิด และไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับผู้สื่อข่าว โดยกล่าวว่าจะขอให้การในชั้นสอบสวนเท่านั้น แต่ยังได้ยอมรับว่า อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วย ส่วนทางด้านลูกสาวและเพื่อนที่อยู่ในที่เกิดเหตุไม่ได้เดินทางมาด้วยเนื่องจากติดภารกิจต้องเรียนหนังสือ

          ขณะที่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ได้กล่าวยืนยันว่า ตนเองเป็นผู้ขับรถในวันเกิดเหตุจริง และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว จึงขอรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ยังได้หยิบภาพถ่ายในวันก่อนเกิดเหตุ ซึ่งเป็นภาพของหมอมุกยืนกอดอกขวางหน้ารถมาวางให้ผู้สื่อข่าวดู ก่อนจะยกมือไหว้ และฝ่าวงล้อมสื่อมวลชนขึ้นรถกลับออกไปทันที อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำกับ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ว่า ได้โต้เถียงกับ หมอมุก จริงหรือไม่ แต่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ กลับตอบว่า "ไม่ครับ ผมไม่รู้จักเค้า"

          ด้าน พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยภายหลังสอบปากคำ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ และภรรยา ว่า นางสภาวัลย์ได้นำภาพถ่ายก่อนเกิดเหตุมาเป็นหลักฐาน ส่วนคำให้การเป็นไปในลักษณะเดียวกับที่ทาง พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ให้เมื่อคราวก่อน แต่มีบางข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก ซึ่งอย่างน้อยสังคมจะได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติม แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดตรงนี้ได้ ส่วนลูกสาวและเพื่อนคาดว่าจะเรียกตัวมาสอบสวนภายใน 2-3 วันนี้ 

          "เบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อหาใคร เพราะต้องสืบพยานหลักฐานให้ได้ข้อสรุปก่อน ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ใน 2 ครั้ง พบว่าคำให้การไม่ตรงกัน ฉะนั้นต้องสอบประจักษ์พยานหลายปากเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน หากพบว่าไม่ตรงกันและมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จะต้องหาคนขับรถตัวจริงมาดำเนินคดีให้ได้ต่อไป" พล.ต.ต.วิชัยกล่าว

          ขณะที่ นายกอสล้าง วรรณรสพากย์ ลูกพี่ลูกน้องของหมอมุก กล่าวว่า ทางญาติของหมอมุก รวมทั้ง พญ.พรรณกร ผู้เป็นมารดา ไม่เคยให้ข่าวว่าใครเป็นผู้ขับรถชนหมอมุก ไม่ทราบว่าสื่อมวลชนเอามาข้อมูลมาจากไหน 

          "เท่าที่พูดคุยกัน พญ.พรรณกร บอกผมว่า เห็นคนร้ายลดกระจกรถลงมา แต่หน้าตาก็ไม่เหมือน พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ที่เข้ามอบตัวกับตำรวจแต่อย่างใด ผมอยากบอกว่าครอบครัวหมอมุกถือเป็นครอบครัวทหารที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติมาโดยตลอด ดังนั้นเชื่อว่าทางกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติน่าจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวนี้อย่างถึงที่สุด" นายกอสล้าง กล่าว

ผู้ลงบทความ : neungdiet